การบริหารโดยการเรียนจากชีวิตสัตว์/Management by Animals (MBA) # 12

 

Cheetah (ชี-ท่ะ ชีตาห์)


ชีตาห์ เป็นเสือเล็กชนิดหนึ่ง แต่ต่างจากเสือทั่วไปเพราะมันคำรามไม่ได้ แถมขยับเล็บหรือซ่อนเล็บไว้ในอุ้งเล็บก็ไม่ได้  แต่จากรูปร่างภายนอก ทำให้นิยมเรียกกันว่า “เสือชีตาห์” 

ชีตาห์มีที่อยู่อาศัยในทุ่งหญ้าสะวันนา เป็นสัตว์ที่วิ่งได้เร็วมาก ประมาณ 110–120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดเป็นสัตว์บกที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก เป็นผลมาจากความสามารถในการโค้งงอของกระดูกสันหลังในการเคลื่อนที่และเมื่อพุ่งตัวกระดูกสันหลังจะเหยียดออก 

ปัจจุบันชีตาห์ลดจำนวนลง ในทวีปเอเชียเหลืออยู่แค่ในอิหร่านไม่เกิน 20 ตัว ส่วนในแอฟริกาประมาณการว่าเหลืออยู่ราว 4,000 ตัวเท่านั้น 

ชีตาห์สามารถฝึกให้เชื่องได้ ราชวงศ์อียิปต์และสังคมชั้นสูงในสมัยโบราณมักนำชีตาห์มาเลี้ยงในวังและฝึกให้ล่าสัตว์ 


ชีตาห์ชอบอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าแห้งแล้ง ปีนต้นไม้ไม่เก่ง แต่กระโดดได้สูงถึง 4.5 เมตร ใช้ฉี่เป็นเครื่องกำหนดอาณาเขต ชอบล่าเหยื่อเป็นกลุ่มเล็ก ๆ โดยซ่อนตัวบนที่สูงกว่าเหยื่อ เมื่อพบเหยื่อจะหมอบคลานเข้าไปหาและจะอยู่ใต้ลม พอเข้าใกล้เหยื่อ จะใช้เท้าหน้าตะบบให้เหยื่อล้มลงแล้วกัดที่คอ ชอบกินเลือดสด ๆ และเครื่องใน เช่น ตับ ไต หัวใจ และจมูก ลิ้น ตา เนื้อที่หัวซี่โครงและขา ชีตาห์ไม่กินซากเน่า ไม่ลากซากไปกินและไม่หวนกลับมากินซากเดิมอีก นอกจากหิวจัดจริง ๆ ชีตาห์มีระบบสายตาที่มองเห็นได้เป็นอย่างดีในเวลากลางคืน 

ชีตาห์เป็นสัตว์สังคมมากกว่าเสือทั่วไป มีเพียงสิงโตเท่านั้นที่มีสังคมแน่นแฟ้นกว่า หลังจากออกจากการดูแลของแม่แล้ว พี่น้องชีตาห์อาจยังคงอยู่ด้วยกันเป็นเวลาถึง 6 เดือน ชีตาห์ตัวเมียเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก็จะออกจากกลุ่มพี่น้องไปก่อน ส่วนชีตาห์หนุ่มพี่น้องจะอยู่ด้วยกันนานกว่านั้น บางครั้งฝูงชีตาห์หนุ่มอาจยอมรับตัวอื่นจากต่างครอบครัวมาร่วมฝูงด้วย 

แม้ว่าชีตาห์จะส่งเสียงคำรามไม่ได้ แต่พวกมันก็ทำเสียงที่แตกต่างกันออกไปรวมทั้งเสียงแหลมสูงซึ่งสามารถได้ยินได้ไกลกว่าหนึ่งไมล์ 

แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนจะดุร้าย แต่ชีตาห์มีความใกล้ชิดกับคนมาหลายพันปี แต่น่าเศร้า ชีตาห์ป่าถูกล่าโดยมนุษย์จนแทบจะหายไปอย่างสิ้นเชิงจากแหล่งของมัน อีกทั้งเพิ่มการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และการแผ้วถางที่ดินเพื่อการเกษตรทำให้จำนวนชีตาห์ลดลงอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่                                                                                                

บทเรียนที่ได้จากชีตาห์ 

บทเรียนที่ 1  ความเร็วเป็นได้ทั้งชีวิตและความตาย

ความเร็วช่วยชีตาห์จับเหยื่อ ส่วนเหยื่อก็ต้องเร็วพอที่จะหลบหนีจากชีตาห์ ไม่อย่างนั้น โดนจับกินแน่ ๆ ทุกวันนี้ ทุกอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้การคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมาเพราะเทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงเร็วชั่วข้ามคืน (ยกตัวอย่าง ช่วงปี 1950-1970 นวัตกรรมเปลี่ยนช้ามากในราว ๆ ทุก ๆ 10 ปี ต่อมาช่สวปี 1970 - 2000 ทุก ๆ 5 ปี มาศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนทุกปี) ใครงมโข่งก็แพ้! 

บทเรียนที่ 2  องค์กรส่วนใหญ่อุ้ยอ้าย

หลายองค์กรในปัจจุบันเหมือน "ควายเศรษฐกิจดิจิทัล" คือ มีพลังแต่เคลื่อนตัวไปได้ช้า นวัตกรรมดิจิทัลทำให้ธุรกิจขนาดเล็กคล่องตัวกว่าที่เคยและเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดขององค์กรใหญ่ ๆ มากกว่ายุคไหน ๆ หน้าอกที่ใหญ่โตทำให้ชีตาห์มีหัวใจและปอดที่ใหญ่กว่าขนาดตัว ขาที่ยาว เรียวบางของมันเชื่อมต่อกับร่างกายด้วยสะโพกที่ยืดหยุ่น ทำให้ไม่มี "การทับซ้อนกัน" ในขณะวิ่งซึ่งสัตว์อื่น ๆ ไม่มี ธุรกิจยุคใหม่จะต้องไม่ใช้ระบบเดิมที่เข้มงวดหรือซับซ้อนแต่ต้องเปิดรับวิธีการใหม่ ๆ และลดขั้นตอนเพื่อให้อยู่รอดได้ 

บทเรียนที่ 3  สิ่งที่ซ่อนอยู่จะต้องเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด

หัวชีตาห์มีขนาดเล็ก เพรียวลม ในขณะที่มีขาขนาดใหญ่ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของการเคลื่อนไหวถูกซ่อนไว้ในพงหญ้า  ธุรกิจจำนวนมากมุ่งเน้นเฉพาะส่วนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด เช่น เว็บไซต์ของผู้บริโภคหรือแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ แต่ประสบการณ์ของลูกค้ามักประกอบด้วยช่องทางติดต่อจำนวนมาก และผ่านช่องทางที่หลากหลายอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะแอป ลองนึกถึงร้านค้าปลีกและคอลเซ็นเตอร์ ช่องทางทั้งหมดนี้อาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ นั่นคือ กระบวนการและเทคโนโลยีที่ทำให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า แต่ซ่อนอยู่ หากดูเผิน ๆ จะมองไม่เห็น 

บทเรียนที่ 4  ความคล่องตัวที่แท้จริงคือต้องเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว

หางที่หนักของชีตาห์ทำให้มันสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว สามารถจับเป้าหมายที่ว่องไวได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ธุรกิจขนาดใหญ่จะต้องคิดให้แตกต่างและพร้อมสำหรับการแก้ไขหรือเปลี่ยนทิศทางได้เร็วและอย่างต่อเนื่อง 

บทเรียนที่ 5  ความเร็วเกิดจากการทำงานร่วมกั

การก้าวอย่างรวดเร็วของชีตาห์นั้นเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวที่ประสานกันของร่างกายที่ปรับให้เหมาะสมกับความเร็ว การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลจึงต้องร่วมมือกันและครอบคลุมทั้งองค์กรด้วยความเร็วและประสิทธิภาพ 

บทเรียนที่ 6  ไม่กลัวความล้มเหลว

แม้จะมีความเร็วที่น่าทึ่ง แต่ชีตาห์โดยเฉลี่ยจะประสบความสำเร็จเพียง 30% ในการล่า  แต่พวกมันรู้ดีว่ายิ่งล่าบากเท่าไหร่ก็ยิ่งจับได้มากขึ้นแม้ว่าจะพลาดไปบ้าง คนส่วนใหญ่จะไม่ลองซ้ำถ้าพวกเขามีอัตราความสำเร็จเพียง 30% แต่จะไปทำอะไรอื่นที่ไม่มีรสชาติหรือไม่ออกแรงฝ่าฟันอีก แบบนี้ควรจะเรียกว่า อายชีตาห์!


Comments